วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สิ่งที่เราสนใจ "ข่าว"


 
รวบแล้วหนุ่มมือฆ่ามัดมือ-เท้า หินถ่วงเจ้าพระยา

            ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า หลังจาก พ.ต.อ.อุกฤษ ภู่กลั่น ผกก.สภ.เมืองชัยนาท เปิดเผยว่าได้พบศพนายสายันต์ พันพิทักษ์ หรือ นายเอก อายุ 29 ปี ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณ หมู่ 6 ตำบลหาดท่าเสา อำเภอเมืองชัยนาท  เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา พร้อมส่งสายสืบลงพื้นที่ค้นหาผู้ก่อเหตุจากคำบอกเล่าของญาติ ทราบว่านายเอกไปติดพันกับผู้หญิงที่มีสามีแล้ว โดยเข้าไปกินเหล้าที่บ้านบ่อยๆ จึงขอหมายค้นจากศาลจังหวัดชัยนาท เข้าค้นบ้านหลังหนึ่งในหมู่ 2 ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ ซึ่งเป็นบ้านของนายทวี บินชัย อายุ 38 ปี มีอาชีพสานตะกล้าเถาวัลย์ อาศัยอยู่กับภรรยา อายุ 33 ปี ซึ่งขณะนั้นนายทวีไม่อยู่บ้าน จากผลการค้นพบขวดเบียร์แตก รอยเลือด เชือก และผ้าห่มที่มีลักษณะคล้ายกับที่ใช้คลุมผู้ตาย จึงเก็บมาเป็นหลักฐาน จากนั้นรอจังหวะที่นายทวีกลับมาบ้าน เมื่อเวลา 22.00 น. คืนที่ผ่านมา จึงรวบตัวไว้ได้ทันควัน นำตัวไปชี้จุดทิ้งรถ พร้อมนำรถขึ้นมาเป็นรถยี่ห้อฮอนด้า ซีบีอาร์ สีฟ้า ทะเบียน ชธ 938 ลพบุรี ของนายเอกจริง  

            นายทวี รับสารภาพว่า วันเกิดเหตุเมื่อวันที่ 17 ส.ค. นายเอก) มาดื่มเหล้าที่บ้านประมาณ 22.00 น. น้องชายมาตามก็ลังเลจะไม่กลับ แต่ก็ยอมกลับบ้านไป แต่ไม่นานนายเอกก็กลับมาที่บ้านอีก เพื่อมาดื่มเหล้าต่อ ซึ่งขณะนั้นภรรยาของนายทวีขึ้นไปสวดมนต์เพื่อที่จะเข้านอนแล้วแต่นายเอกมีอาการเมามากดื่มเบียร์ไปประมาณ 7-8 ขวด ได้ถือขวดเบียร์ขึ้นไปหาภรรยาของตนถึงห้องนอน จึงขึ้นไปไล่ให้กลับบ้าน แต่นายเอกกลับควักปืนออกมาจะยิง ภรรยาแย่งปืนขว้างทิ้งน้ำไป ตนจึงใช้ขวดเบียร์ซึ่งมีเบียร์อยู่เต็มตีเข้าที่ใบหน้าของนายเอกอย่างแรงขวดแตกบาดหน้าใบหน้าของนายเอกเป็นแผลฉกรรจ์ จนล้มลงใบหน้าไปฟาดเข้ากับตุ๊กตาเซรามิกจนแตกที่กกหูและแก้มซ้ายเป็นรู

          เมื่อเห็นนายเอกหมดสติจึงนำผ้าห่มมาคลุมหัว แล้วเอากระสอบสวมอีกชั้นป้องกันเลือดไหลออกมาแล้วมัดมือเท้า นำศพขึ้นรถกระบะนิสสันสีขาว ทะเบียน บค 279 ชัยนาท ไปทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยาเหนือวัดธรรมามูลโดยใช้หินถ่วงเพื่อไม่ให้ศพลอยขึ้นมา ส่วนรถจักรยานยนต์ของนายเอกที่ขับมาหาที่บ้านได้ให้ลูกชายอายุ 18 ปี ขับไปทิ้งไว้ในคลองอนุศาสนันท์ หมู่ 3 ต.วัดโคก อ.มโนรมย์
 
 
หนุ่มเจ้าของอู่ชื่อดังซิ่งปิกอัพพุ่งชนเกาะกลางถนน เสียหลักฟาดเสาไฟดับคาที่

           เมื่อเวลา 03.15 น. วันที่ 22 ส.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสดรายงานว่า ร.ต.ท.มนตรี ไชยมล ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองตรัง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนเสาไฟฟ้า ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ที่บริเวณริมถนนสายห้วยยอด ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง  หลังรับแจ้งจึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง โดยที่เกิดเหตุริมถนนสายดังกล่าว พบรถกระบะ อีซูซุ สีเขียว ตอนครึ่ง ทะเบียน บจ-3529 ตรัง ได้พุ่งชนเข้ากับเสาไฟฟ้าแรงสูง รวมทั้งตู้โทรศัพท์สาธารณะ และป้ายจอดรถประจำทาง ส่งผลให้กระจกด้านหน้าแตกละเอียด และล้อหลังด้านขวาแตกพังยับเยิน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน ทราบชื่อคือ วุฒิชัย สุดจำนงค์ อายุ 29 ปี อยู่หมู่ 6 ต.นาท่ามเหนือ อ.เมืองตรัง นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 คน ถูกนำตัวส่ง ร.พ.ตรัง
            จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายวุฒิชัย ผู้ตาย ซึ่งเป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ชื่อดังในพื้นที่ ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง ได้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวมาจากบ้าน โดยมีเพื่อนอีก 2 คนนั่งข้างมาด้วย เพื่อเข้ามารับประทานข้าวต้มในตลาดตัวเมืองตรัง แต่ระหว่างทางได้เกิดอุบัติเหตุขึ้น จนทำให้นายวุฒิชัยเสียชีวิตทันที ส่วนเพื่อนได้รับบาดเจ็บ และมีอยู่ 1 คน ซึ่งหลังเกิดเหตุได้เดินหายไป โดยไม่มีใครทราบว่าไปไหน

             เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบ สถานที่เกิดเหตุ และพบรอยล้อที่พุ่งชนที่เกาะกลางถนน ประมาณ 60 เมตร แต่ไม่พบร่องรอยการเบรก จึงสันนิษฐานว่า นายวุฒิชัยคงขับขี่รถยนต์มาด้วยความเร็วสูง และเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ รถได้เสียหลักพุ่งขึ้นไปชนเกาะกลางถนน ก่อนที่ผู้ตายจะตกใจและเหยียบเบรกกะทันหัน ทำให้รถหมุนไปฟาดกับเสาไฟฟ้าข้างทาง จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ยังไม่ทราบว่าเกิดจากหลับในหรือเมาสุรา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนผู้รอดชีวิต

 

หนุ่มน้อยใจแม่ผูกคอดับ

        วันที่ 22 ส.ค. สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเหตุคนผูกคอตายที่บ้านเลขที่ 147/4 ม.2 ซ.โพธิ์สว่าง ชุมชนโพธิ์สว่าง 2 ถ.โพศรี ต.หมากแข้ง พบศพนายเชิงชาย อุทัยธรรม อายุ 32 ปี คาดเสียชีวิตมาแล้ว 4 ชั่วโมง นางตุ๋ย อุทัยธรรม อายุ 56 ปี มารดาผู้ตายให้การว่าผู้ตายทำงานเป็นช่างเฟอร์นิเจอร์ กำลังป่วยเป็นวัณโรค และบ่นน้อยใจที่แม่ไม่รัก จนเช้านี้ตนได้เข้าไปปลุกพบว่าผูกคอตายแล้ว เจ้าหน้าที่นำศพส่งแพทย์เพื่อผ่าพิสูจน์อีกครั้งก่อนบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น